วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

องค์กรที่ดี/เป็นพิษ/ยิ่งใหญ่

คราวนี้ขอพูดเรื่ององค์กร ตามทัศนะของผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ บวกกับประสบการณ์ของตัวเองครับ
เมื่อพูดถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่เราทำงาน บางคนอาจใช้เวลาอยู่ที่ทำงานที่มีสถานที่เป็นหลักแหล่งนับเวลาได้ 8-10 ชั่วโมง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จัดว่าขยันมาก เป็นประเภท Workaholic หรือบ้างานแบบเม็กซิโกและญี่ปุ่น ซึ่งคนของเขาบ้าทำงานเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลกตามลำดับ บางคนใช้เวลาทำงานนานกว่านั้นอีกจนคนที่บ้านเคืองเพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงาน ไม่เป็นที่เป็นทาง
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า
องค์กรของเราดีไหม?”
องค์กรของเราเป็นพิษไหม?”
องค์กรของเรายิ่งใหญ่ไหม?”
เราทำงานมาระยะหนึ่ง หรืออยู่มานานพอควร ก็ยังตั้งข้อสงสัยเป็นระยะ คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานก็ตั้งข้อสงสัย แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่เหมือนกัน หลายคนที่เริ่มทำงานใหม่หรือเหล่าบัณฑิตจบใหม่ มีแนวโน้มให้ความสนใจกับค่าจ้าง ค่าตอบแทนต้องสูงไว้ก่อน จนลืมดูเรื่องอื่นๆไป แล้วก็ย้ายงานกันเป็นว่าเล่น จริงหรือไม่จริงลองช่วยกันดู

ว่าด้วยองค์กรที่ดี
องค์กรที่ดีมีลักษณะอย่างไร ในทัศนะของนักวิชาการบอกว่า องค์กรที่ดีมีคุณลักษณะ 9 ประการ ดังต่อไปนี้ 
1.เป้าหมายขององค์กรชัดเจน (Clear organization goals)
2.สายงานบังคับบัญชาสั้นพร้อมงานบังคับบัญชาที่หลากหลาย (Flat organization with increased span of supervision)
3.มีฐานข้อมูลที่สนับสนุนการบริหารงาน (Data-based self management system)
4.มีระบบการจัดการที่ดีด้วยคนที่ไม่มาก (Good management system with small management staff)
5.เน้นการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ (Emphasis on improved operation reliability)
6.มีการตลาดและประชาสัมพันธ์ (Marketing and advertising)
7.ร่วมมือร่วมใจ และทำงานเป็นทีมอย่างดียิ่ง (More collaboration and teamwork)
8.เน้นมูลค่าในการทำงานในแต่ละตำแหน่งและดำเนินตามนโยบายอย่างแน่วแน่ (Emphasis upon value added aspects of each position or policy)
9.เพื่อองค์กร (For my organization)
พิจารณาแล้วเป็นเรื่องของหลักการที่ดีครับ ทุกองค์กรต้องดีไม่เช่นนั้นอยู่ไม่รอด คือมีลักษณะต่างๆครบถ้วน แต่จะให้น้ำหนักไปด้านใด ก็แตกต่างกันไป เดี๋ยวนี้การประเมินการดำเนินงานขององค์กรเข้มขึ้น และจะยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากภาวะการณ์แข่งขันรุนแรง บุคลากรต้องมีลักษณะปรับตัวง่าย ไม่แข็งทื่อ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้กลายมาเป็นสาระสำคัญของการประเมินด้วย

ว่าด้วยองค์กรที่เป็นพิษ (Toxicity)
เป็นที่ทราบกันดีว่า ถ้าสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเรา มันเข้าไปทำลายระบบต่างๆที่สำคัญของร่างกาย จนทำให้เราตายได้ สำหรับองค์กรที่เป็นพิษนั้น ความเป็นพิษของมันจะเข้าโจมตีที่จิตใจ ขวัญ และกำลังใจในการทำงานของเรา (Toxic Emotions) ทำให้เราเกิดอาการตายด้าน ขาดความภักดีต่อองค์กร ในที่สุดองค์กรก็จะได้รับผลกระทบในทางเลวร้ายไปด้วย
องค์กรที่เป็นพิษ มีสาเหตุมาจากหลายอย่าง เช่น ผู้บริหารเป็นพิษ บุคลากรเป็นพิษ เป็นต้น องค์กรไหนที่อุดมไปด้วยพิษทั้งผู้บริหารและบุคลากร องค์กรนั้นก็ต้องตายไป ตายเร็วหน่อยเพราะพิษมีระดับสูงมากเกินไป องค์กรไหนที่ผู้บริหารเป็นพิษแต่บุคลากรไม่เป็นพิษ หรือผู้บริหารไม่เป็นพิษแต่บุคลากรเป็นพิษ คือเป็นอาการที่องค์กรได้รับพิษในระดับสูง องค์กรนั้นๆก็รอวันตาย ตายอย่างช้าๆโดยอาจไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำไป
พูดแบบไม่ลำเอียงครับ มีการยืนยันว่า ความเป็นพิษขององค์กรมักเกิดจากผู้บริหารเป็นพิษ   
อาการอย่างไรที่เรียกว่า ผู้บริหารเป็นพิษ เอาแบบใจความสั้นๆที่สุดคือ ผู้บริหารหรือเจ้านายที่ชอบทำร้ายลูกน้อง ค่อนขอด เหน็บ กัด ทำให้ลูกน้องอายหรือดูโง่ต่อหน้าผู้อื่น จองล้างจองผลาญ โจมตีทุกคนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกเวลาสถานที่ โดยมีความเชื่อว่า การกระทำเยี่ยงนี้เป็นการกระตุ้นและจูงใจลูกน้องให้ทำผลงานออกมาดี
ตามความเห็นของผม หากจะดูความเป็นพิษขององค์กร ให้ดูที่ผู้บริหารหรือเจ้านายเป็นอันดับแรก ถัดไปดูที่บุคลากร ถ้าจะหายาถอนพิษ ไม่ต้องไปหาที่ไหนให้ไกลตัวครับ ยาถอนพิษมันก็อยู่ในองค์กรนั่นแหล่ะ อยู่ที่ว่าจะช่วยกันถอนพิษหรือเปล่า

ว่าด้วยองค์กรที่ยิ่งใหญ่ หรือ Great organization
โรตีร้านนี้โดดเด่นมาก อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ต้องเข้าคิวซื้อ 

องค์กรที่ยิ่งใหญ่ หมายความว่า  
เป็นองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแต่เป็นองค์กรที่สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดนใจ เป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและยาวนาน
เป็นความหมายตามที่ปรากฏในหนังสือ “Good to Great” เขียนโดย Jim Collins เป็นหนังสือที่ขายดีมากกว่าสองล้านเล่มนับแต่ปี ค.ศ. 2001 ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากมักจะอ้างถึงหนังสือเล่มนี้
ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมสำรวจคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะผู้เยี่ยมสำรวจ (surveyor) 3 ครั้ง ปีละครั้งไม่ต่อเนื่องกัน เป็นการเยี่ยมสำรวจตามกระบวนการประกันคุณภาพตามระบบคุณภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล (MUQD) ครั้งแรกที่ไปเยี่ยมสำรวจขณะนั้น ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นคณบดี ปัจจุบันท่านเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ซึ่งมีศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ธีรวัฒน์   กุลทนันทน์ เป็นคณบดี ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมสำรวจ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมสำรวจภาควิชาต่างๆของคณะแพทย์ศาสตรศิริราชพยาบาลมากกว่า 10 ภาควิชา
ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่ ไม่เฉพาะกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเท่านั้น ในระดับภาควิชาก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่เช่นกัน  คือเป็นองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นมากๆ และไม่ใช่มีผลงานโดดเด่นครั้งสองครั้งแล้วหายไป แต่เป็นผลงานที่เป็นความต้องการของสังคม มีออกมาอย่างสม่ำเสมอ และมีมาอย่างยาวนาน น่าทึ่งมากว่าทำได้อย่างไร
องค์กรที่ดีไม่ใช่องค์กรที่ยิ่งใหญ่ องค์กรที่ดีจะเคลื่อนตัวเข้าสู่องค์กรที่ยิ่งใหญ่ได้ จะต้องมีกระบวนการสำคัญบางอย่างที่สามารถยกระดับองค์กรที่ดีขึ้นสู่องค์กรที่ยิ่งใหญ่ได้ ซึ่ง Jim Collins ได้อธิบายไว้ในหนังสือ “Good to Great” ถึงกระบวนการเล่านี้ไว้อย่างละเอียดและน่าติดตามอย่างยิ่ง
1.บุคลากรต้องมีวินัย (Disciplined People) ประกอบด้วย
ผู้นำระดับ 5 หมายความว่า มีความเป็นผู้นำที่มีความทะเยอทะยานสูง มีความมุ่งมั่นเพื่อองค์กร เพื่องานอย่างแรงกล้า รวมถึงการเผชิญปัญหา แต่ว่าสิ่งที่ทุ่มเทลงไปนั้นต้องไม่ทำเพื่อตนเอง มีอุปนิสัยสองด้านคือถ่อมตน (personal humility) แต่มีความตั้งใจสูงในวิชาชีพ (personal will)
เอาใครก่อนแล้วค่อยเอาไง (First Who-Then What) หมายความว่า ต้องมั่นใจว่าเลือกคนได้ถูกต้อง คนนี้แบบนี้ใช่เลย อะไรทำนองนี้ ชวนขึ้นรถ ใช้หลักการ เลือกถูกคน นั่งถูกที่ ทิ้งคนที่ไม่เหมาะสมลงไปจากรถ จากนั้นชวนกันขับรถไปในทิศทางและเป้าหมายที่เราต้องการไปร่วมกัน
2. วินัยทางความคิด (Disciplined Thought)
กล้าเผชิญความจริงอันโหดร้าย (Confront the Brutal Facts)
The Hedgehog Concept ความยิ่งใหญ่ขององค์กรเกิดจากการสะสมความสำเร็จเป็นเวลานาน เฉกเช่นจอมปลวก บนพื้นฐานความคิดแบบวงกลม 3 วง คือ วงแรก-เราทำอะไรเก่งที่สุดในโลก วงที่สอง-อะไรที่ทำให้เราหลงไหล วงที่สาม-อะไรดีที่สุดที่ใช้ขับเคลื่อน บริเวณที่วงกลมทั้งสามมาซ้อนทับกันนั้นคือ แกนสำคัญสู่ความยิ่งใหญ่
3.มีวินัยทางปฏิบัติ (Disciplined Action)
วัฒนธรรมองค์กรที่มีวินัย (Culture of Discipline) ทุกคนมีความรับผิดชอบสูงมาก
ลูกล้อบิน (The Flywheel) องค์กรที่มีนวัตกรรมเพียงชิ้นเดียว ไม่อาจทำให้องค์กรยิ่งใหญ่ได้ และไม่มีองค์กรไหนยิ่งใหญ่ได้ชั่วข้ามคืน ทุกคนต้องช่วยกันหมุนวงล้อแห่งความรับผิดชอบที่หนักหน่วง จนเกิดการหมุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะตามมาด้วยแรงเฉื่อย (inertia) ที่ทำให้เบาแรงลงได้เพราะมันแทบจะหมุนไปได้เอง
4.สร้างความยิ่งใหญ่ให้ได้ตลอดไป (Building Greatness To Last)
บุคลากรในองค์กรต้องยึดมั่น และมีความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคือ ที่เรากำลังทำทุกวันนี้ เราทำเพื่ออะไร: What we stand for” ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะไม่หยุดการเปลี่ยนแปลงคือ ที่เรากำลังทำอยู่นั้น เราทำอย่างไร: How we do things”

ผมเชื่อว่า องค์กรของเราๆ ท่านๆ เป็นองค์กรที่ดี แต่ความดีเป็นอันตราย แปลกไหมครับ ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราเชื่อว่าองค์กรของเราดีแล้ว การพัฒนาองค์กรจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าหรือไม่พัฒนาเลย นี่แหละอันตรายของความดี อยากชวนให้เรามองไปสู่องค์กรที่ยิ่งใหญ่ด้วย โดยการศึกษาจากองค์กรอื่นๆที่ยิ่งใหญ่ให้ถ่องแท้ (benchmark) เพื่อให้เห็นแนวทางที่จะก้าวไปสู่องค์กรที่ดีและยิ่งใหญ่ต่อไป และหวังว่าองค์กรจะไม่เป็นพิษเพราะเรามีส่วนทำให้มันเป็นพิษ


อ้างอิง:
1.องค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ
2.พลเมืองชาติไหนบ้างานที่สุดในโลก
3.องค์กรที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
4.สาเหตุสำคัญของพิษในที่ทำงาน
5.Good To Great
6. From Good to Great: What Defines a Level V Leader?
7. TQA: Thailand Quality Award



4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ26 พฤษภาคม 2554, 8:05

    Lamyai Mansatean:.....
    ขอบพระคุณค่ะอาจารย์..ได้ใจจริงๆ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ26 พฤษภาคม 2554, 8:06

    Natchaya Somjariya:....
    เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ26 พฤษภาคม 2554, 21:39

    เอกรักษ์ ดงภูยาว :.........
    เดี๋ยวนี้องค์กรไหนก็มีพิษทั้งนั้นครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มลพิษมันเยอะ รถเยอะ โรงงานเยอะ คนก็เยอะ ช่วยกันหายใจออกคนละ 60-80 ปี พร้อมกับปล่อยก๊าซCO2 ออกมาด้วย ถ้าจะช่วยโลกได้ อยากรณรงค์ กลั้นใจคนละ 1 นาที ทั่วกันทั้งโลก ...เกี่ยวกันไหมนี่??

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ26 พฤษภาคม 2554, 21:41

    Natchaya Somjariya:........
    ผู้บริหารเป็นพิษ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำอย่างไรค่ะ

    ตอบลบ