วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คุยกับสหาย+1

เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ เป็นเรื่องจากความทรงจำที่ได้พูดคุย เสวนากับบรรดาเพื่อนๆ เห็นว่าน่าสนใจ และน่าจะเป็นประโยชน์ครับ

เรื่อง 1.0 หวังดีแต่อาจไม่ดี

มีชายคนหนึ่งน่าตาดี สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ยับย่น ซื้อขนมปังเก่าสองก้อนทุกครั้งที่เข้ามาในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงวัยเดียวกัน และเธอก็มองเค้าด้วยความสนใจและเมตตา

จากการพูดคุย เจ้าของร้านก็เดาว่าชายคนนั้นน่าจะเป็นจิตกร ยากจน จึงต้องกินขนมปังเก่าๆทุกวัน

ผ่านไปหลายวัน ชายคนนั้นก็ยังคงมาขอซื้อขนมปังเก่าเช่นเคย
เจ้าของร้านนอกจากจะเมตตาแล้ว ยังหลงใหลในเสน่ห์ของชายคนนั้น คราวนี้ เจ้าของร้าน แอบใส่เนยชั้นดีเข้าไปในขนมปัง โดยความหวังดี คิดในใจว่า คราวนี้เค้าคงจะได้กินขนมปังที่มีรสชาติอร่อยขึ้นซะทีนะ

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ชายคนนั้นเดินตึงตังกลับมาที่ร้านด้วยความโกรธกริ้ว พลันตะคอกใส่เจ้าของร้านว่า
“คุณทำงานของผมพังหมด คุณเลวมาก”
เจ้าของร้าน ยืนงง ตกใจ พูดอะไรไม่ออก
จบ...............................

เรื่องของเรื่องคือ ชายคนนั้นเป็นช่างเขียนแบบ โหมงานอย่างหนักหลายเดือนในการเขียนแบบเพื่อส่งเข้าชิงรางวัล การเขียนแบบต้องร่างแบบด้วยดินสอ เมื่อเสร็จแล้วจะลบร่างดินสอออกด้วยเศษขนมปังป่นซึ่งดีกว่าลบด้วยยางลบ ดังนั้น ขนมปังที่มีเนยปนมาด้วย พอนำไปลบร่างดินสอ มันก็เลยทำให้งานเขียนแบบเลอะไปหมด
.............................
เราคิดว่าเราได้ช่วยเค้า
แต่ในบางครั้ง การกระทำของเรา
มันอาจเป็นการทำร้ายเค้าก็ได้

เรื่อง 2.0 ชนะได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ

มีแม่ทัพคนหนึ่งเล่นหมากล้อมเก่งมาก
ไม่ค่อยมีคนเล่นชนะได้ วันหนึ่ง. แม่ทัพออกรบผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  เห็นบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีป้ายติดว่า..
“เล่นหมากล้อมอันดับ 1 ของประเทศ”

แม่ทัพไม่เชื่อจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้านและเล่นด้วย
ปรากฎว่า.. เจ้าของบ้านแพ้ ทั้ง 3 กระดาน
แม่ทัพหัวเราะ “555 แกเอาป้ายลงได้แล้ว”
แล้วแม่ทัพก็ไปออกรบด้วยความดีใจ

ไม่นาน.. แม่ทัพรบชนะกลับมา ผ่านมาที่เดิม ก็ยังเห็นป้ายแขวนอยู่ที่บ้านหลังเดิม แม่ทัพจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน และท้าดวลอีก

ปรากฎว่าครั้งนี้ แม่ทัพแพ้ทั้ง 3 กระดาน แม่ทัพประหลาดใจมาก ถามเจ้าของบ้านว่าเพราะอะไรเจ้าของบ้านตอบว่า

“ครั้งก่อน ท่านมีภารกิจออกรบ ข้าน้อยจะไม่ทำท่านเสียกำลังใจ ท่านหมดขวัญกำลังใจไม่ได้ แต่ครั้งนี้ ท่านชนะกลับมา ข้าน้อยก็ไม่ต้องออมมือแล้ว”
.......
คนที่เก่งจริงในโลกนี้ คือ สามารถชนะได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ มีใจกว้างขวาง ก็พอ


วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ติ้งและหัวเข็มขัด รังสีรังสิต

   
(396 ครั้ง)       
          เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2560 นักศึกษารังสีเทคนิค รุ่นที่ 1 คณะรังสีเทคนิค จัดพิธีมอบติ้งและหัวเข็มขัด คณะรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยรังสิต โดยเชิญผมไปเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณาจารย์คณะรังสีเทคนิคทุกคน
   
          ผมรู้สึกยินดี มีความสุข ที่ได้เห็นพัฒนาการในช่วงเวลาร่วม 8 เดือนของรังสีรังสิตรุ่น 1 ดีขึ้นอย่างน่าภาคภูมิใจ จนมาถึงวันนี้
          ในระหว่างพิธีการ ในใจผมนึกย้อนไปถึงเมื่อราวปี 2514 ที่ผมเป็นนักเรียนชั้น มศ.4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท กรุงเทพมหานคร 
          อย่างที่ทราบกันดีว่า การสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไทนั้นมีการแข่งขันสูงมาก ผมก็ดีใจที่สอบเข้าได้ แต่ตอนที่เริ่มเข้าไปเรียน ตอนนั้น ผมต้องแต่งชุดนักเรียนด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ และเสื้อเชิ้ตสีขาว ไม่มีเครื่องหมายหรือสัญญลักษณ์อะไรที่บ่งบอกว่าผมและเพื่อนรุ่นเดียวกันเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม  แต่ก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เหมือนนักเรียนเถื่อน อยากจะซื้อเข็มพระเกี้ยวมาติดที่อกเสื้อก็ทำไม่ได้ เพราะถูกห้ามไว้ เวลาเดินไปตามที่ต่างๆแถวสยามสแควร์และที่อื่นๆก็เสียวเหมือนกัน เพราะในสมัยนั้น มีความขัดแย้งและทะเลาะวิวาท ไล่ตีกัน ระหว่างนักเรียนของโรงเรียนบางโรงเรียน ก็คงไม่ต่างจากสมัยนี้เท่าไรนัก
          ราวๆหนึ่งภาคเรียนที่ได้เป็นนักเรียนเถื่อน รู้สึกแปลกเหมือนกัน หลังจากนั้นโรงเรียนได้ทำพิธีมอบเข็มพระเกี้ยวสำหรับให้นักเรียนใหม่ทุกคนติดที่หน้าอกเสื้อ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม 
          ในวันที่รับเข็มพระเกี้ยวจากอาจารย์ ตื้นเต้นมากครับ มีมนต์ขลังประหลาดเกิดขึ้นในใจ นี่เรากำลังเป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมเต็มตัวแล้ว เหมือนฝันไป ความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของโรงเรียนเตรียมอุดมจากที่เคยมีอยู่แล้ว ยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ 
          จึงรู้สึกได้ว่า การรับมอบเข็มพระเกี้ยวจากอาจารย์ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือทำแค่เป็นเหมือนพิธีกรรมที่ทำๆกันไปอย่างนั้น แต่ว่า มันเป็นกระบวนการที่ตั้งใจทำอย่างดีเป็นขั้นเป็นตอน นำไปสู่การสร้างพลังงานขับเคลื่อนบางอย่างให้เกิดขึ้นในใจของนักเรียน ซึ่งผมรู้สึกอัศจรรย์มาก
          มาถึงวันนี้ พ.ศ. 2560 วันที่ต้องมาเป็นประธานในพิธีมอบติ้งและหัวเข็มขัด ให้นักศึกษารังสีเทคนิครุ่นที่ 1 ของคณะรังสีเทคนิค จึงย้อนนึกไปถึงเรื่องนี้ และขอนำมาถ่ายทอดเรื่องราวสมัยที่ผมเป็นนักเรียนให้นักศึกษาและชาวเราได้ทราบถึงความภาคภูมิใจที่ผมเคยสัมผัสเมื่อ 46 ปีที่แล้ว และยังอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน  และผมคิดว่าความหมายในครั้งอดีตนั้น ไม่แตกต่างกับปัจจุบันในครั้งนี้
          สำหรับนักศึกษารังสีรังสิตรุ่น 1 ติ้งและหัวเข็มขัด เป็นสัญลักษณ์ทางรังสีที่สำคัญ ให้เรานักศึกษาได้ภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของคณะรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยรังสิต ตระหนักถึงจุดมุ่งหมายของเรา ที่ได้ก้าวเข้าสู่ครอบครัวรังสีเทคนิค ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ 
          เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกท้อถอย จะด้วยสาเหตุอะไรก็สุดแท้แต่ ขอให้นักศึกษานึกถึงวันนี้ วันที่ได้รับมอบติ้งและหัวเข็มขัดจากอาจารย์ เพื่อให้เกิดพลังผลักดันก้าวหน้าฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ด้วยความวิริยะ อดทนอดกลั้นอย่างที่สุด มุ่งสู่จุดหมายจนสำเร็จสมดังที่ตั้งใจไว้


วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความคิดที่เริ่มเปลี่ยน


(320 ครั้ง)
เวลานี้เป็นช่วงเวลาของการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนขะมักเขม้นเตรียมตัวสอบเข้าเรียนในสาขาวิชาต่างๆ ทั้งสอบตรง สอบโควต้า admission กลาง ฯลฯ ทำเอานักเรียนเครียดทีเดียว แต่คนที่เครียดกว่า ดูเหมือนจะเป็น พ่อแม่ ผู้ปกครอง 
โดยเฉพาะเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยที่เป็นคอขวด คือนักเรียนจำนวนมากเดินทางเข้าสู่ระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก การแข่งขันจึงสูง ยิ่งเป็นสาขาวิชายอดนิยมยิ่งแข่งขันสูงมากยิ่งขึ้น 
สาขารังสีเทคนิค เป็นสาขาหนึ่งที่ในอดีตเปิดสอนแค่ 3 มหาวิทยาลัยหลักๆ คือ มหิดล เชียงใหม่ และนเรศวร และรับนักเรียนเข้าเรียนได้ไม่มากรวมแล้วประมาณ 180 คนต่อปี แต่ความต้องการนักรังสีเทคนิคเข้าสู่ระบบการบริการสุขภาพนั้นสูงมาก เรียกได้ว่า รังสีเทคนิคเป็นสาขาที่ขาดแคลนแบบสุดๆ 
ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยของรัฐเปิดสอนรังสีเทคนิคเพิ่มขึ้น ได้แก่ รามคำแหง จุฬา สงขลานครินทร์ เป็นต้น มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่เปิดสอนรังสีเทคนิค คือ คณะรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยรังสิต และในภาครัฐที่เปิดล่าสุดคือ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และธรรมศาสตร์ แต่กว่าจะได้บัณฑิตรังสีเทคนิคก็ต้องรออีก 4 ปี ซึ่งตอนนั้นอาจจะบันเทาความขาดแคลนลงไปได้บ้างเล็กน้อย เพราะจำนวนการผลิตไม่สามารถผลิตได้ทีละมากๆ เนื่องจากต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ สกอ. และคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค

ผมขอเล่าสิ่งประทับใจที่ได้พบเห็นสู่ชาวเรา ในช่วงที่ขลุกอยู่กับการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่อยากเก็บไว้ชื่นชมคนเดียว

จากการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนรังสีเทคนิคในช่วง ปีที่ผ่านมานี้ มีประสบการณ์จากการสัมภาษณ์นักเรียนที่สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสาขารังสีเทคนิคอย่างเข้มข้น รู้สึกทึ่งมาก มาเล่าให้ชาวเราฟังว่า ผมได้เห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงในวิธีคิดของนักเรียนต่อการเลือกที่จะเรียนอะไร เพื่อที่จะได้ไปประกอบวิชาชีพอะไร คือเริ่มที่จะ

ไม่เลือกไปตามการชี้นำของสังคม
ไม่แห่เลือกตามเพื่อน
คิดเองและชัดเจนในคำตอบ

วิธีคิดเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 
นอกจากนี้ ยังได้เห็นว่า นักเรียนส่วนใหญ่แต่ละคนมีผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายดีมาก พูดจาฉะฉาน บุคลิกดี ความสามารถพิเศษเพียบ เป็นเด็กกิจกรรม ทัศนคติดีมีความมุ่งมั่นสูงที่ชัดเจนมาก เป็นคลื่นลูกใหม่ที่เป็นความหวังและเป็นอนาคตของรังสีเทคนิคไทย 
นักเรียนเหล่านี้ ที่มีคุณลักษณะแบบนี้ ที่มีความคาดหวังสูงในรังสีเทคนิค ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น และกำลังจะก้าวเข้าสู่วิชาชีพรังสีเทคนิคร่วมกับชาวเราทั้งหลายในอนาคตอันใกล้ 

ผมจึงรู้สึกประทับใจในเรื่องแบบนี้จริงๆ 
ในความประทับใจนั้น พลันก็มีคำถามผุดขึ้นมาในสมองถามตัวเองว่า
"ผมจะสามารถรักษา passion ของนักเรียนเหล่านี้ที่จะเป็นนักรังสีเทคนิคในอนาคตไว้ได้หรือไม่ อย่างไร???" 
เพื่อที่เขาเหล่านี้จะได้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของรังสีเทคนิคไทยต่อไป

คำตอบคือ....อะไรครับ ชาวเราช่วยคิดหน่อยซิครับ