วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562

ใบประกอบโรคศิลปะรังสีเทคนิคมีอายุ 5 ปี บังคับใช้แล้ว

(1,614 ครั้ง)
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2545 กฎหมายกำหนดให้ รังสีเทคนิคเป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาตในการประกอบโรคศิลปะ หรือต้องมี license (กฤษฎีกากำหนดให้รังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ) ซึ่งได้มีการยกเลิกกฤษฎีกาฉบับนี้แล้ว แต่ได้ยกเนื้อหาทั้งหมดพร้อมมีการปรับปรุงเพิ่มเติมไปไว้ใน พรบ.ประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่4)พ.ศ. 2556 
หลังจากที่ได้กำหนดให้ต้องมี license เมื่อ 2545 เป็นต้นมาแล้วนั้น ก็มีการสอบเพื่อขึ้นทะเบียนและขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ครั้งแรกเมื่อ 2547 และประกาศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2547 ให้นักรังสีเทคนิคจำนวน 56 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคกลุ่มแรก โดยการสอบคราวนั้นไม่ต้องสอบข้อเขียน
ตั้งแต่ พฤษภาคม 2547 จนสิ้นปี 2547 มีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวหลายฉบับออกมาบังคับใช้ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขียนถึงนี้ ได้แก่
🔻ระเบียบกระทรวงสาธารณาสุขว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค (10 สิงหาคม 2547)ซึ่งต่อมาได้ยกเลิก โดยใช้จรรยาบรรณากลาง พ.ศ. 2559 แทน 
ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม 2547 นักรังสีเทคนิค 1,256 คน เข้าสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค นั่นเป็นจำนวนมากที่สุดที่นักรังสีเทคนิคเข้าสอบ แล้วก็มีการสอบเรื่อยมาทุกปี จนปัจจุบันมีนักรังสีเทคนิคขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 4,673 คน ทุกคนมี license รังสีเทคนิคที่ไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ ภายใต้บังคับของกฎกระทรวง พ.ศ. 2547
บรรยากาศการสอบ License เมื่อ 12 ธค 2547
ล่าสุด ได้มีกฎกระทรวงออกมาใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 ว่าด้วยการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตในการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 2 )  เป็นการเพิ่มรายละเอียดกฎกระทรวงที่ใช้ในปี 2547 เพิ่มเรื่องอายุของ license กำหนดให้มีอายุ 5 ปี เข้าไปในกฎกระทรวงนี้ 
ดังนั้น บัณฑิตรังสีเทคนิคทั้งที่เพิ่งจบและที่ยังตกค้างสอบไม่ผ่าน ที่จะเข้าสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนฯ ในเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ หากสอบผ่าน จะได้ license ที่มีอายุ 5 ปี และต่ออายุได้ตามเงื่อนไขที่กรรมการวิชาชีพฯกำหนด
ประเด็นน่าสนใจ คือ กฎใหม่นี้บังคับใช้กับผู้ที่มี license อยู่เดิมก่อนกฏกระทรวง 2562 จะบังคับใช้หรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากยังต้องมีการตีความกฎกระทรวงอันใหม่นี้ ซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคกำลังดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไปโดยเร็ว

Related Links:
กฎกระทรวง พ.ศ. 2562

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วันรังสีเทคนิคโลก VS สภารังสีเทคนิคไทย

วันที่ 8 พฤศจิกายน ปีนี้ เป็นวันครบรอบปีที่ 123 แห่งการค้นพบเอกซเรย์โดยศาสตราจารย์เรินทเกน ที่เชื่อว่าหลายท่านจะรู้จักชื่อนี้ดี ทำให้ศาสตร์ทางรังสีวิทยาเกิดขึ้นนับจากนั้น และเอกซเรย์ได้ถูกนำไปใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคและรักษาโรค

วันนี้เป็นวันที่สังคมให้ความสำคัญเพราะตระหนักดีว่า เอกซเรย์มีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์อย่างมหาศาลและยาวนาน ทั้งการแพทย์ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ฯลฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรังสีทางการแพทย์ วันนี้จึงถูกกำหนดให้เป็นวันรังสีเทคนิคโลกหรือ World Radiography Day เพื่อระลึกถึงการค้นพบเอกซเรย์ในวันนั้นเมื่อ 123 ปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย มีการจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงวันรังสีเทคนิคโลกกันจำนวนมาก รวมถึงคณะรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ได้จัดงานวันรังสีเทคนิคโลกขึ้นด้วยเช่นกัน และจัดเป็นปีที่ 3 แล้ว ปีนี้นักศึกษาเป็นผู้จัดงาน โดยมีอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล เชียงใหม่ ธรรมศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ฯลฯ รวมทั้งพี่ๆนักรังสีเทคนิคจากโรงพยาบาลต่างๆ เช่น BDMS โรงพยาบาลสิงห์บุรี ฯลฯ เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 200 คน ได้ชูประเด็น "Let the RT's Story Begin" เน้นไปที่รังสีรักษา
สำหรับสมาคมนักรังสีเทคนิคนานาชาติ ISRRT ได้ออกโปสเตอร์เนื่องในวันรังสีเทคนิคโลกประจำปีนี้ชูประเด็นเรื่อง Precission และ Compassion
วันนี้การใช้เอกซเรย์ทางด้านการแพทย์กับผู้ป่วย ดำเนินการโดย รังสีแพทย์และนักรังสีเทคนิค ได้มีวิวัฒนาการแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างมากมาย จากการถ่ายภาพอวัยวะภายในร่างการมนุษย์ด้วยเทคนิคการเกิดเงาแบบธรรมดาและบันทึกภาพด้วยฟิล์ม พัฒนามาสู่ระบบดิจิทัล พัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพธรรมดามาสู่การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ เกิดเป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ CT และการพัฒนาศาสตร์ทางด้านนี้ได้แตกแขนงไปหลากหลายสาขามากมาย จนทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านวินิจฉัยและรักษาด้วยรังสี

นักรังสีเทคนิคในอนาคตจะเจออะไรบ้าง?? เชิญติดตามอ่านเรื่อง "รังสีเทคนิคไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า" ซึ่งได้เปิดมุมมองแนวโน้ม 6 ประการที่มีผลกระทบ ได้แก่ สังคมผู้สูงอายุ ความผูกพันของผู้ป่วย เทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างภาพระบบไฮบริด ความปลอดภัยของผู้ป่วย และความเชี่ยวชาญย่อยกับความเป็นเอกภาพของนักรังสีเทคนิค

การที่ชุมชนรังสีเทคนิคมีประชากรเพิ่มขึ้นเกือบ 5,000 คนแล้ว การเดินหน้าสู่สภาวิชาชีพ จึงเป็นเรื่องที่ควรมีความคืบหน้าและชัดเจนมากขึ้น โดยเมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการวิชาชีพฯตามข้อเสนอของสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย ได้เสนอเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการประกอบโรคศิลปะเพื่อพิจารณาและที่ประชุมสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งช่วงนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามลำดับขั้นต่อไป คงได้เห็นรูปร่างของสภารังสีเทคนิคชัดเจนขึ้นในไม่ช้าไม่นานนี้


วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บันทึกลำดับเวลาวิชาชีพรังสีเทคนิค

  (2,562 ครั้ง) 
บันทึกนี้ เป็นเรื่องราวลำดับเวลาที่สำคัญของวิชาชีพรังสีเทคนิค บันทึกไว้เพื่อเป็นข้อมูลให้สืบค้นได้ หากอยู่แค่ในความทรงจำ ก็จะรอวันที่สิ่งเหล่านี้ค่อยๆเลือนลางหายไป

พ.ศ. 2510 บัณฑิตรังสีเทคนิครุ่นแรกของประเทศไทยจำนวน 11 คน มาจากโรงเรียนรังสีเทคนิค (ปัจจุบันคือภาควิชารังสีเทคนิค) มหาวิทยาลัยมหิดล
10 พฤษภาคม 2542 ประกาศใช้พระราชบัญญัติการประกอบโรศิลปะ

23 กรกฎาคม 2545 ประกาศใช้กฤษฎีกากำหนดให้รังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ (ปัจจุบันกฤษฎีกานี้ได้ยกเลิกแล้ว แต่ได้ยกข้อความสำคัญไปไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556) จากนั้นจึงได้มีการดำเนินการให้นักรังสีเทคนิคมาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค

27 พฤษภาคม 2547 นักรังสีเทคนิคจำนวน 56 คน สอบผ่านได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค เป็นกลุ่มแรก คุณสมบัติของกลุ่มนี้คือ เป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานด้านรังสีเทคนิคมากกว่า 25 ปี

10 สิงหาคม 2547 ประกาศใช้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค (ปัจจุบันระเบียบนี้ถูกยกเลิกแล้ว และใช้จรรยาบรรณกลางแทน คือ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2559)

12 ธันวาคม 2547 นักรังสีเทคนิคทั่วประเทศเข้าสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค จำนวน 1,256 คน สนามสอบจัดขึ้นที่ ห้องประชุมชั้นที่ 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพ
น่าจะกล่าวได้ว่า เป็นการรวมตัวของนักรังสีเทคนิคมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา การสอบครั้งนี้ใช้เวลาวันเดียว ภาคเช้าและบ่าย ภาคเช้าเป็นการสอบวัดความรู้พื้นฐานในวิชาชีพรังสีเทคนิคใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง ส่วนภาคบ่ายเป็นการสอบวัดความรู้ทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องใช้เวลาสอบ 1.5 ชั่วโมง

นักรังสีเทคนิคที่เข้าสอบครั้งนี้ต่างแสดงความยินดี ที่กำลังจะมีใบประกอบโรคศิลปะฯหลังจากที่รอคอยมานาน และต่างรู้สึกภาคภูมิใจ ที่สังคมไทยให้การยอมรับวิชาชีพรังสีเทคนิค หลายคนบอกว่ารักวิชาชีพนี้ขึ้นอีกมากและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่สังคมให้ความไว้วางใจ

ผู้เข้าสอบหลายคนเตรียมความพร้อมมาอย่างดี เนื่องจากก่อนหน้าจะถึงวันสอบได้มีการจัดอบรมฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับรังสีเทคนิค ซึ่งจัดโดยหลายองค์กร หลายคณะ และครั้งสุดท้ายก่อนวันสอบหนึ่งวัน กองการประกอบโรคศิลปะก็ได้จัดให้มีการอบรมเพื่อฟื้นฟูความรู้ของผู้ที่จะเข้าสอบอีกด้วย สำหรับจำนวนผู้เข้าสอบมาจากโรงพยาบาลตามอำเภอและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้เข้าสอบที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลจำนวน 50% มหาวิทยาลัยรามคำแหง 27% มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 15% มหาววิทยาลัยนเรศวร 5% และมหาวิทยาลัยขอนแก่น 3% ทั้งหมดรวม 1,256 คน

ชาวรังสีเทคนิคที่เข้าสอบทั้งสิ้น 1256 คนในคราวนั้น ต่างแสดงความยินดีกันทั่วหน้า หลังรอลุ้นว่าผลการสอบจะออกมาอย่างไร เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค (ก.ช.) ได้ประกาศผลการสอบอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งทางเว้ปไซต์ของสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย เว้ปไซต์ของกองการประกอบโรคศิลปะ และหนังสือแจ้งผลการสอบไปยังผู้เข้าสอบทุกคน โดยในเว้ปไซต์นั้นสามารถเข้าดูผลการสอบได้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2548 

ในคราวนั้นซึ่งเป็นครั้งแรกของการสอบในประวัติศาสตร์ของรังสีเทคนิค มีผู้ที่สามารถทำคะแนนได้ตามเกณฑ์ที่ ก.ช. กำหนดคือ ได้คะแนนสอบตั้งแต่ 60% ขึ้นไปทั้งสองวิชาจำนวน 1072 คน (85%) และมีผู้สอบไม่ถึงเกณฑ์ที่ ก.ช. กำหนดจำนวน 184 คนหรือประมาณ 15% ของจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด เป็นที่น่าสังเกตว่า ในจำนวนผู้ที่สอบไม่ถึงตามเกณฑ์ที่ ก.ช. กำหนดนั้น ส่วนใหญ่จะสอบไม่ผ่านวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ


5 สิงหาคม 2551 ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคเรื่อง สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค ทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องมาตรฐานและสมรรถนะของนักรังสีเทคนิคไทย ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนรังสีเทคนิคของสถาบันต่างๆ นำไปสู่การที่คณะกรรมการต้องเข้าไปประเมินเพื่อรับรองสถาบันผู้ผลิตบัณฑิตสาขารังสีเทคนิค และเริ่มการประเมินรับรองสถาบันต่างๆในเดือนพฤศจิกายน 2553 ตามที่กฎหมายกำหนด


22 กรกฎาคม 2561 วันสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลปะ สาขารังสีเทคนิค ประจำปี 2561 ล่าสุด จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1 และ 4 ชั้น9 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข มีผู้เข้าสอบ 237 คน
ปัจจุบัน ( พค. 2561) มีจำนวนนักรังสีเทคนิคที่มีใบ รส. ทั้งสิ้น 4,485 คน

ขอชาวเราจงเชื่อมั่นว่า...“การบริการด้านรังสีเทคนิคของไทย เป็นบริการที่มีคุณภาพ น่าไว้วางใจในทุกมิติ ทุกขั้นตอน ทุกเวลา สำหรับทุกคน ก็ด้วยการพัฒนาอย่างไม่ออมมือ เต็มศักยภาพที่มนุษย์สร้างสรรค์พึงทำได้”